CristianoRonald... 的个人资料Manchester United Footba...照片日志列表 工具 帮助

日志


    5月9日

    ประวัติฟุตบอลโลก

    ประวัติฟุตบอลโลก 
    อุรุกวัย 30 กำเนิดฟุตบอลโลก

    อย่างที่ทราบกันดีฟุตบอลโลกครั้งแรกนั้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1930 หรือเมื่อ 75 ปี มาแล้วผู้ที่ร่วมกันก่อตั้งทัวร์นาเม้นท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกทัวร์นาเม้นท์นี้ก็เป็นชาติในกลุ่มอเมริกาใต้ โดยคราวนั้นชาติจากยุโรปไม่ค่อยให้ความร่วมมือกันเท่าไรนักจากการเดินทางที่แสนยากลำบาก เพราะจากยุโรป เดินทางไปที่ อุรุกวัย ชาติเจ้าภาพนั้นต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ อีกทั้งสโมสรในยุโรปเองก็ไม่ต้องการเสียนักเตะของตัวเองไปนานขนาด 2 เดือนด้วยกัน ฟุตบอลโลกครั้งแรกมีทีมเข้าแข่งขันทั้งสิ้น 13 ทีม และไม่มีการแข่งขันในรอบคัดเลือกเนื่องจากเป็นการเชิญมาทำการแข่งขันกันทุกทีม และสิ่งที่แปลกก็คือการจับสลากในรอบแรกนั้นจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าทีมทุกทีมจะเดินทางมาถึงชาติเจ้าภาพ ซึ่งระบบการแข่งขันนั้นแบ่งเป็น 4 กลุ่ม เอาแชมป์กลุ่มประกบคู่เตะรอบรองชนะเลิศกันเลย จุดเริ่มของฟุตบอลโลกที่แท้จริงนั้นเริ่มกันตั้งแต่ที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1904 แต่ก็ยังไม่มีการแข่งขันกันในระดับนานาชาติ จนกระทั่งปี 1924 ได้บรรจุกีฬาอันดับ 1 ของโลกอันนี้เอาไว้ในกีฬาโอลิมปิกที่ ปารีส ที่ในคราวนั้น อุรุกวัย ได้เหรียญทอง หลังเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ในนัดชิงชนะเลิศ ก่อนที่อีก 4 ปี ต่อมาในโอลิมปิกที่ อัมสเตอร์ดัม จะมียอดผู้ชมมากขึ้นทำให้ฟีฟ่า คิดที่จะมีทัวร์นาเม้นท์ของตัวเองขึ้นมา และก็ได้มีการตกลงจากชาติสมาชิกว่าจะมีฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 1930 และเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ของปี 1929 ก็มีการประชุมกันที่ บาร์เซโลนา และมีการโหวตให้ อุรุกวัย เป็นชาติเจ้าภาพชาติแรก ในนัดเปิดสนามของการแข่งขันคราวนั้น ฝรั่งเศส ลงเล่นนัดเปิดสนามกับ เม็กซิโก เมื่อวันที่ 13 ก.ค.1930 ที่ มอนเตวิเดโอ ซึ่งการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของ ฝรั่งเศส ด้วยสกอร์ 4-1 แต่ในนัดชิงชนะเลิศนั้นเป็นการพบกันของ อุรุกวัย กับเพื่อนบ้างอย่าง อาร์เจนตินา และเจ้าภาพก็ครองแชมป์ได้เป็นครั้งแรกต่อหน้าผู้ชมในสนาม เซนเตนาริโอ ถึง 9 หมื่นคน และ โฮเซ นาซัซซี ก็เป็นกัปตันทีมคนแรกที่ได้ชูถ้วย ชูลส์ ริเมต์ ที่ออกแบบโดย อาเบล ลาเฟลอูร์ นักประติมากรรมชาวฝรั่งเศส สิ่งน่าสนใจกับอุรุกวัย 30 ฟุตบอลโลกครั้งแรกนั้นไม่มีการแข่งขันรอบคัดเลือก มีแต่การเชิญทีมต่างๆ มาทำการแข่งขันเท่านั้น แต่การที่ต้องล่องเรือมาอุรุกวัย นั้นใช้เวลายาวนาน ทีมยุโรปจึงปฏิเสธไปเยอะ แต่ทาง โรมาเนีย นั้น คิง คาโรล ยอมลงทุนให้นักเตะทีมชาติหยุดงานประจำได้ 3 เดือน พร้อมรับประกันว่าเมื่อกลับมาจะได้กลับมาทำงานอย่างเดิม และท่านทรงรับหน้าที่เป็นโค้ชของทีมด้วยตัวเอง แต่ก็ตกรอบแรก เบอร์ทรัม ปาเตเนาเด นักเตะของสหรัฐเป็นคนแรกที่สามารถทำแฮตทริกได้เป็นคนแรกของฟุตบอลโลก เมื่อยิง 3 ประตูในเกมกับ ปารากวัย เมื่อวันที่ 17 ก.ค.1930 แต่คนอื่นๆ กลับจำได้ว่าเป็น กิลเยร์โม สตาบิเล ของ อาร์เจนตินาที่ยิง 3 ประตู ในเกมกับเม็กซิโก อีก 3 วัน ต่อมา ฟุตบอลโลกครั้งแรกนั้นมีการแข่งขันเพียงเมืองเดียวคือ มอนเตวิเดโอ แต่ใช้สนาม 3 สนาม ในการแข่งขันคือ เซนเตนาริโอ, โปซิตอส และปาร์เก เซ็นทรัล โฮเซ นาซัซซี กัปตันทีม อุรุกวัย รับถ้วยแชมป์โลกจาก ชูลส์ ริเมต์ ประธานฟีฟ่าในขณะนั้นเมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยถ้วยนั้นมีความสูง 30 ซม. และหนัก 4 กก. ทำด้วยทองคำล้วนๆ ซึ่งหลังจากอุรุกวัย ได้แชมป์ไปครองแล้ว ในกรุงมอนเตวิเดโอ ก็มีการฉลองกันหลายวันหลายคืนติดต่อกัน
     
    อิตาลี 34 บอลโลกเผด็จการ 
    อิตาลีได้รับเลือกจากทางฟีฟ่า ให้เป็นชาติเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 ในปี 1934 ซึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้นั้นมีประวัติในเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากในฟุตบอลโลกครั้งแรกนั้น อิตาลี ไม่ได้ร่วมการแข่งขันด้วยซ้ำไปจะว่าไปแล้วก็เป็นเพราะ เบนิโต มุสโสลินี ผู้นำฟาสซิสต์ของอิตาลีนั่นเองที่นำฟุตบอลโลกไปแดนมะกะโรนี ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 ระบบการแข่งขันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเล่นกันในระบบน็อคเอาท์ จากการที่มี 16 ทีม ทำการแข่งขันในรอบสุดท้ายหลังจากที่รอบคัดเลือกนั้นมีทั้งสิ้น 32 ทีม ทำให้ทีมอย่าง บราซิล และ อาร์เจนตินา ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึง 13,000 กิโลเมตร ได้ลงสนามเพียงแค่นัดเดียวก็ต้องเก็บข้าวของกลับบ้านเพราะตกเพียงแค่รอบแรก การแข่งขันครั้งนี้นั้นเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. ไปจนถึงวันที่ 10 มิ.ย.และทั้ง 16 ทีม มีการเล่นรอบคัดเลือกกันหมดรวมทั้ง อิตาลี เจ้าภาพด้วย แต่ก็ทำให้ทีมจากยุโรปร่วมการแข่งขันกันมากขึ้น ส่วนทีมจากอเมริกาใต้อย่างเช่น อาร์เจนตินา และบราซิล ไม่ได้ส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดมาทำการแข่งขัน ส่วน อุรุกวัย แชมป์เก่า นั้นปฏิเสธที่จะเดินทางมาป้องกันแชมป์ ทำให้การแข่งขันครั้งนี้นั้นมีแต่ทีมจากยุโรปที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนที่ อิตาลี เจ้าภาพจะได้แชมป์ไปครอง โดยในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ต้องเล่นถึง 2 นัด กับ สเปน ที่ฟลอเรนซ์ หลังจากที่นัดแรกนั้นเสมอกัน 1-1 แต่นัดรีเพลย์ในวันต่อมานั้นเจ้าภาพได้ จูเซ็ปเป เมียซซา ที่เป็นชื่อของสนามซานซีโรในปัจจุบันยิงประตูชัยให้ทีมชนะไป 1-0 ก่อนที่อีก 2 วัน ต่อมาเจ้าภาพจะลงเล่นรอบรองชนะเลิศกับ ออสเตรีย ที่มิลาน และเมียซซาก็ทำประตูชัยให้ทีมได้อีกครั้งแม้ว่าจะลงเล่นเป็นนัดที่ 4 ในรอบสัปดาห์ นัดชิงชนะเลิศมีขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. โดยมี เช็กโกสโลวะเกียที่ชนะเยอรมนีมาในรอบรองชนะเลิศมาชิงกับเจ้าภาพ การแข่งขันดำเนินมาจนถึงช่วง 20 นาที สุดท้าย เช็กโกสโลวะเกีย ได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุม และ ปุช ปีกซ้ายของทีมยิงให้ทีมขึ้นนำ ทำให้บรรยากาศในสนามกรุงโรมเงียบสงัดหลัง อิตาลี ครองเกมมาตลอด แต่เจ้าภาพก็ตีเสมอได้จาก ออร์ซี นักเตะเชื่อสายอาร์เจนไตน์ที่ตีเสมอให้ทีมก่อนหมดเวลาไม่กี่นาที และในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็น สคิอาโว ที่ยิงประตูชัยให้ทีมชนะไป 2-1 การครองแชมป์ของพลพรรคอัซซูรี่ในคราวนั้นได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นการได้มาจากจอมเผด็จการอย่าง มุสโสลินี โดยแท้ เพราะมีการดึงตัวนักเตะอเมริกาใต้มาเล่นให้อิตาลีหลายคน รวมทั้งการตัดสินของผู้ตัดสินก็ค่อนข้างมีความเกรงใจทีมเจ้าภาพเป็นพิเศษ สิ่งน่าสนใจของอิตาลี 34 ในนัดชิงชนะเลิศระหว่าง อิตาลี กับ เช็กโกสโลวะเกีย นั้นเป็นการสู้กันของ 2 ผู้รักษาประตู ที่ดีที่สุดตลอดกาลของโลกอีกศึกหนึ่งระหว่าง จิอันปิเอโร คอมบิ กับ ฟรานติเซ็ค พลานิชกา หลังจากที่สิ้นเสียงนกหวีดนัดชิงชนะเลิศ คอมบิ ไม่เคยลงสนามให้ทีมชาติอิตาลีอีกเลย เมื่อยืนยันแผนการที่วางเอาไว้ก่อนนัดชิงชนะเลิศว่า หลังเกมนั้นเขาจะเลิกเล่นฟุตบอลทันที

     ฝรั่งเศส 38 บทพิสูจน์อัซซูรี่ 
    การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งที่ 3 มีขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่ชาติจากยุโรปได้จัดการแข่งขัน แต่ในคราวนั้นในยุโรปถือว่ามีปัญหาเรื่องการเมืองกันอยู่มากมาย จากการที่เกิดสงครามกลางเมืองทั้ง เยอรมนี และสเปน จนทำให้ ออสเตรีย ทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกมาต้องถอนตัวจากการแข่งขันไป แต่ในการแข่งขันครั้งนี้ก็จัดว่ามีเกมที่ดีที่สุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกเกิดขึ้นเหมือนกันคือในเกมที่ บราซิล พบกับ โปแลนด์ ที่ สตราสบูร์ก ซึ่งทีมแซมบ้า เป็นฝ่ายชนะในช่วงต่อเวลา 6-5 ที่ "ไข่มุกดำ" เลโอนิดาส ยิงคนเดียว 4 ประตู และครองตำแหน่งดาวซัลโวในคราวนั้น ทั้งๆ ที่เขาเป็นนักเตะที่เล่นด้วยเท้าเปล่า แต่ในเกมนัดชิงชนะเลิศนั้นเป็น อิตาลี ที่คว้าแชมป์ 2 สมัย ติดด้วยการชนะ ฮังการี 4-2 ที่กรุงปารีส การแข่งขันครั้งนี้นั้นถือว่ามีการใช้สนามที่สร้างในรูปแบบที่ทันสมัย และเป็นครั้งแรกที่ชาติเจ้าภาพได้เข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ แต่ก็เป็นการแข่งขันที่ทีมจากอเมริกาใต้นั้นไม่ค่อยให้ความร่วมมือโดยมีเพียงแค่ บราซิล เพียงทีมเดียวที่มาทำการแข่งขัน และการแข่งขันก็ยังคงรูปแบบคล้ายกับการแข่งขันที่อิตาลี เกมที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือเกมที่ บราซิล เอาชนะ โปแลนด์ นั่นเอง ส่วนเกมที่หนักที่สุดก็คือเกมในรอบ 8 ทีม สุดท้ายที่ บอร์กโดซ์ ซึ่งบราซิล ชนะ เช็กโกสโลวะเกีย 2-1 ซึ่งเกมดังกล่าวมีผู้เล่นโดนไล่ออกจากสนามถึง 3 คน และมีผู้เล่นบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ได้อีก 5 คน ในจำนวนนั้นต้องส่งโรงพยาบาลทันที 2 คน ขณะที่ ฝรั่งเศส เจ้าภาพนั้นเริ่มต้นได้ดีด้วยการเอาชนะ เบลเยียม 3-1 ในรอบแรก แต่ก็ไปเสร็จ อิตาลี ด้วยสกอร์เดียวกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และแชมป์เก่าก็ไปพบกับ บราซิล ในรอบรองชนะเลิศ โดยในรอบนี้ อิตาลี ชนะไป 2-1 และหลังจบเกม อเดเนียร์ ปิเมนตา โค้ชของบราซิลยอมรับว่าวางแผนผิดที่หวังพักตัวเก่ง 2 คน เอาไว้เล่นในนัดชิงชนะเลิศเลย หนึ่งในนั้นก็คือ ลิโอนิดาส ทำให้อิตาลีได้เข้าไปชิงชนะเลิศ กับ ฮังการี ที่ผ่าน สวีเดน มาแบบง่ายๆ และอัซซูรี่ ก็พิสูจน์ตัวเองได้ว่าพวกเขามีดีพอที่จะเป็นแชมป์โลก จากชัยชนะ 4-2 และทำให้ จูเซ็ปเป เมียซซา กับ ซิลวิโอ ปิโอลา เป็นตำนานลูกหนังอิตาเลียนมาถึงปัจจุบัน รวมทั้งเป็นชาติแรกที่ป้องกันแชมป์โลกของตัวเองเอาไว้ได้ สิ่งน่าสนใจของฝรั่งเศส 38 ในเกมรอบรองชนะเลิศวันที่ 16 ก.ค. ระหว่าง อิตาลี กับ บราซิล ที่สนาม สต๊าด เวโลโดรม ใน มาร์กเซย นั้น อิตาลี ขึ้นนำก่อน 1-0 และมาได้จุดโทษ และ จูเซ็ปเป เมียซซา เป็นคนยิง แต่ก่อนจะยิงนั้นเชือกรัดกางเกงของเขาเกิดหลุด จึงต้องใช้มือซ้ายจับขอบกางเกงเอาไว้ก่อนจะยิงเข้าไปได้

     
    บราซิล 50 แชมป์สมัย 2 ของอุรุกวัย 
    ฟุตบอลโลกครั้งที่ 4 ได้กลับไปทำการแข่งขันกันในอเมริกาใต้อีกครั้ง หลังจากที่ 2ครั้งก่อนหน้านี้นั้นเป็นการแข่งขันในยุโรปล้วนๆ โดยมี บราซิล ชาติที่มีความคลั่งในเกมฟุตบอลที่สุดในโลกเป็นเจ้าภาพ และในการแข่งขันครั้งนี้ก็มีการบันทึกสถิติผู้ชมสูงสุดต่อ 1 นัด เมื่อเคยมีผู้ชมเข้ามาชมเกมกันเกือบ 2 แสนคน ในสนามมาราคานา ที่ริโอเดอจาเนโร ตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ดร. ออตโตริโน บาราสซี รองประธานฟีฟ่า ได้เก็บรักษาถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกหรือถ้วย ชูลส์ ริเมต์ เอาไว้ในกล่องรองเท้าใต้เตียงนอนของเขา และก็สามารถเก็บถ้วยแชมป์โลกเอาไว้ได้ตลอดสงครามจนนำมาทำการแข่งขันกันในครั้งนี้ การแข่งขันครั้งนี้ก็ยังมีความวุ่นวาย และหาความลงตัวไม่ได้กับระบบการแข่งขันเช่นเคย เพราะบางทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกมาก็ได้ถอนตัวไป อย่างเช่น อินเดีย ที่ขอถอนตัวเพราะฟีฟ่า ไม่อนุญาตให้พวกเขาเล่นด้วยเท้าเปล่า ดังนั้นจึงมีทีมที่เข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายกันเพียงแค่ 13 ทีมเท่านั้น รวมทั้งในนัดชิงชนะเลิศคราวนั้นก็ถือว่าไม่ใช่นัดชิงชนะเลิศจริงๆ จากการที่เอา 4 ทีมสุดท้ายไปเล่นแบบพบกันหมดและทีมใดมีคะแนนสูงสุดก็จะได้แชมป์ไปครอง ในรอบแรกๆ เกมที่น่าสนใจก็มี สหรัฐ ชนะ อังกฤษ 1-0 ที่ เบโล โฮนิซอนเต และทีมสมัครเล่นจากสวีเดน เอาชนะ อิตาลี แชมป์เมื่อปี 1938 3-2 ที่ เซา เปาโล ซึ่งการแข่งขันในครั้งนั้นรอบแรกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม แต่ที่น่าแปลกก็คือกลุ่มที่ 2 มี 4 ทีม ขณะที่กลุ่ม 4 นั้นมีเพียงแค่ 2 ทีม เมื่อได้แชมป์ของแต่ละกลุ่มมาแล้วก็มาเล่นกันแบบ มินิ ลีก บราซิล นั้นโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมใน 2 นัดแรก เมื่อถล่ม สวีเดน 7-1 และต้อน สเปน 6-1 ขณะที่ อุรุกวัย นั้นเสมอ สเปน มา 2-2 และชนะ สเปนมา 3-2 ทำให้เกมนัดสุดท้ายที่ทั้งคู่มาเจอกันพอดีนั้น บราซิล ขอแค่เสมอก็จะได้แชมป์โลกครั้งแรกไปครองทันที และในเกมนี้เจ้าถิ่นก็นำไปก่อน แต่สุดท้ายกลับกลายมาแพ้ 1-2 ต่อหน้าแฟนบอล 174,000 คนในสนาม มาราคานา ถ้วย ชูลส์ ริเมต์ จึงตกอยู่ในมือของ อุรุกวัย เป็นสมัยที่ 2 ที่สำคัญก็คือความพ่ายแพ้ของ บราซิล ในคราวนั้นทำให้แฟนบอลกว่า 10 คน ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อลบความผิดหวัง เรื่องน่ารู้กับบราซิล 50 จากฟุตบอลโลกครั้งนั้นมาถึงตอนนี้ไม่มีครั้งไหนที่จะมีผู้ชมสูงสุดเทียบเท่ากับ 174,000 คนที่สนามมาราคานา ในเกมเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ซึ่งจริงๆแล้วรายงานแบบไม่เป็นทางการนั้นบอกว่ามียอดผู้ชมสูงกว่า 2 แสนคนซะอีก การที่ อันโตนิโอ คาร์บาฮัล นายทวารทีมชาติเม็กซิโก ไปเล่นฟุตบอลโลกในครั้งนั้น ทำให้ต่อมาเขาเป็นเจ้าของสถิติเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไป 5 ครั้ง เมื่อเล่นไปจนถึงปี 1966 ซึ่งก็มีนักเตะอยู่ 8 คนที่เล่นรอบสุดท้ายมา 4 ครั้ง จน โลธาร์ มัทเธอุส ของเยอรมนี ที่ทำสถิติ 5 ครั้งเท่ากันในปี 1998 แต่ มัทเธอุส เป็นเจ้าของสถิติตรงที่ได้เล่นไป 25 นัด ซึ่ง คนที่จะพอแซงได้ตอนนี้ก็มีเพียง เปาโล มัลดินี ของ อิตาลี ที่เล่นมาแล้ว 14 นัด

    评论

    请稍候...
    很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
    您没有输入任何内容,请重试。
    很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
    若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
    您的家长禁用了评论功能。
    很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
    您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
    因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
    完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
    您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

    若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


    还没有 Windows Live ID 吗?请注册

    引用通告

    此日志的引用通告 URL 是:
    http://cristianoronaldo7manu.spaces.live.com/blog/cns!ECF3380A13718E3F!291.trak
    引用此项的网络日志